34
shares
Mark Zuckerberg : เคล็ดลับความสำเร็จจากเด็กบ้าคอม สู่มหาเศรษฐีผู้ให้กำเนิด Facebook
by Pae,Feb 23, 2018 10:29 AM
writer of Thought Leader
21 min read
HIGHLIGHTS
  • อยากบอกว่า Mark Zuckerberg อาจจะเป็นผู้ที่ชัดเจนในอุดมการณ์มากที่สุดในโลก
  • "เงิน" ไม่เคยซื้อ Mark Zuckerberg ได้จริง ๆ
  • Mark Zuckerberg เกิดมาเพื่อเขียนโปรแกรม เพราะเขาเขียนเป็นตั้งแต่ 10 ขวบ!
  • แทบไม่มีใครไม่รู้จัก Facebook และแทบไม่มีใครไม่รู้จัก Mark Zuckerberg เช่นกัน

    Mark Zuckerberg (มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก) เป็นเศรษฐีที่ยิ่งกว่าอายุน้อยร้อยล้าน เพราะเขารวยเป็นพันล้าน! ในวัยเพียงแค่ 33 ปี เขามีทรัพย์สินมากถึง 72 พันล้านดอลล่าร์ ซึ่งได้ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 5 จาก Forbes 2017 Billionaires

  • Facebook เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2004 ผ่านมาเพียง 14 ปี ปัจจุบันมีผู้ใช้งานทั่วโลกเป็นพันล้านคน!
  • หลังจาก Facebook เปิดตัวได้ไม่นาน ความเนื้อหอมทำให้ใคร ๆ ก็อยากซื้อ แต่ต่อให้มีคนเสนอเงินเกือบพันล้านดอลล่าร์ Mark ก็ไม่เคยคิดที่จะขาย
  • ถึง Mark จะเป็นมหาเศรษฐีอายุน้อยที่ออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน แต่สุดท้ายก็กลับไปเรียนจนได้รับใบปริญญาฮาร์วาร์ดเมื่อกลางปี 2017
  • ทุกวันนี้ Mark บริจาคเงินปันผล 99% จาก Facebook ตลอดชีวิต! ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงประมาณ 45 พันล้านดอลล่าร์ เพื่อโครงการ Chan Zuckerberg Initiative ที่เขาตั้งขึ้นมากับภรรยา

    Facebook เป็น Social Network ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีของโลก มันคือ Epic ของชายที่ชื่อว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ด้วยความที่มันเป็นที่นิยมมากทั่วโลก แม้กระทั่งประเทศจีนที่ปิดกั้นไว้เพื่อความมั่นคงของชาติ Mark ก็สามารถใช้สัมพันธไมตรีทางการฑูต มีแพลตฟอร์มที่เหมือน Facebook เข้าไปเปิดใช้งานในประเทศจีนได้

    Social Network ของ Mark เปลี่ยนชีวิตคนบนโลกได้ และมันก็เปลี่ยนชีวิตเขาเช่นกัน...


https://dhuhaahmad1999goblog.files.wordpress.com/2015/04/q.jpg

  • คุณพ่อคือจุดเริ่มต้นทั้งหมดของ Mark

    ตอนนั้น Mark ยังอยู่แค่ประถม แล้วก็กำลังเบื่อ ๆ อยู่พอดี คุณพ่อซึ่งเป็นคนที่ชอบเรื่องเทคโนโลยี เขาเป็นหมอฟันที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยแสกนปากคนไข้ จึงได้แนะนำให้ Mark ได้รู้จักคอมพิวเตอร์ แล้วก็สอนเขียนโปรแกรมด้วย Atari BASIC Mark และคุณพ่อช่วยกันเขียนโปรแกรมที่ชื่อ "ZuckNet" โดยสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่ทำงานกับที่บ้านได้ เวลาคนไข้มาก็จะรับรู้ได้ เขาบอกว่ามันดียิ่งกว่าการมีรีเซปต์ชั่นคอยตะโกนเรียกคุณหมอเสียอีก นี่แหละคือโปรแกรมแรกในชีวิตที่ Mark เขียนตอนประถม!

Mark สนุกกับการเขียนโปรแกรมมาก เขาเขียนเกมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาขำ ๆ เพราะเห็นเพื่อนวาดรูปการ์ตูน ก็เลยหยิบคาแรคเตอร์นั้นมาทำเป็นเกมซะเลย


  • ไมโครซอฟท์ตามจีบตั้งแต่ยังเด็ก

    เมื่อช่วงมัธยม หลังจากที่ Mark เรียนวิทยายุทธ์เขียนโปรแกรมจากคุณพ่อจนเต็มเปี่ยม Mark ก็ได้ไปเรียนเสริมเกี่ยวกับการเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์อย่างจริงจัง แล้วเขาก็ได้ไปเจออดัม (Adam D'Angelo) ทั้งคู่เรียนรู้วิธีการแฮคด้วยกัน สร้างโปรแกรมด้วยกัน จนได้ Music Player ที่ชื่อ "Synapse" ซึ่งความเจ๋งของมันคึือ เป็นโปรแกรมที่สามารถเรียนรู้รสนิยมเพลงของคนฟังและแนะนำให้ได้ถูกจริต ซึ่งเมื่อปล่อยโปรแกรมออกไปไม่นาน ไมโครซอฟท์ก็สนใจอยากจะซื้อรวมไปจนถึงเจรจาว่าจ้าง Mark ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ แต่ Mark ก็ปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมดที่ได้รับ

Mark เป็นผู้ที่มีแผนของตัวเองอยู่เสมอ ต่อให้เขาจะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษขนาดไหน แต่ถ้ามันไม่ตรงกับแผนของเขา ก็พร้อมที่จะปฏิเสธทุกเมื่อ

  • นักพัฒนาซอฟท์แวร์มือฉมังที่มีชื่อเสียงทั่วฮาร์วาร์ด

    หลังจากเรียนจบมัธยม Mark ก็ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์ดวาร์ด โปรแกรมที่เขาเขียนและสร้างชื่อให้เขาได้คือ "CourseMatch" ช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจเลือกวิชาเรียนได้ และยังช่วยให้พวกเขารวมกลุ่มเพื่อการเรียนด้วยกันได้อีกด้วย โดยโปรแกรมจะรวบรวมการตัดสินใจของนักศึกษาคนอื่น ๆ ซึ่งสถิติตรงนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการตัดสินใจเลือกวิชาเรียนแก่ผู้ใช้งานได้

    หลังจากนั้นประมาณปี 2003 ช่วงซัมเมอร์ ตอนนั้น Mark อยู่ในหอพักแล้วก็นอนไม่หลับ จู่ ๆ ก็มีไอเดียสุดเจ๋งขึ้นมา นั่นคือ "FaceMash" เป็น Website โหวตความฮ็อทของนักศึกษาทั้งชายและหญิง โดยแฮ็ค Database ของมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาอัพโหลดรูปโปรไฟล์ แล้วเอามาแมตช์คู่กันประชันกัน ชาย-ชาย หญิง-หญิง แล้วถามว่า ใครฮ็อทกว่ากัน? ซึ่งมันได้รับความสนใจมาก มากขนาดที่ว่าเซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัยล่ม หลังจากนั้น Mark ก็โดนจำกัดการใช้งาน Internet แถมยังโดนกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อระบบความปลอดภัยของข้อมูลภายในมหาวิทยาลัย

ความฮ็อทของ FaceMash คือ เปิดให้บริการเพียง 4 ชั่วโมง เซิร์ฟเวอร์ก็ล่มทันที!

    หลังจากปรากฎการณ์ FaceMash  ชื่อเสียงของ Mark ก็เป็นที่โด่งดังมากขึ้นไปอีก และตอนนั้นเขาก็ได้รับการติดต่อจากเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยอย่าง นาเรนดา (Divya Narendra) และ ฝาแฝดตระกูล Winklevoss (ที่โด่งดังมากในโลกของ Bitcoin ในปัจจุบัน) พวกเขาเข้ามาคุยเพื่อที่จะสร้าง "Harvard Connection" (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ConnectU) ซึ่งโปรเจคนี้มีจุดประสงค์ให้สมาชิกเข้ามาโพสต์รูปโปรไฟล์และข้อมูลส่วนตัวของตนเอง Mark ทำงานร่วมกับทีมนี้ได้สักพักก็ออกมา เพราะเขามีไอเดียเกี่ยวกับ Social Network ของตัวเอง ซึ่งนั่นก็คือ "Facebook"


  • กำเนิด Facebook ของ Mark

    Timeline ของ Facebook เรียกได้ว่ามันเป็น Epic จริง ๆ การเติบโตของ Facebook มันก้าวกระโดดมาก เพราะจุดเริ่มต้นของโปรเจคนี้คือปี 2004 ซึ่งผ่านมาเพียงแค่ 14 ปี จากโปรเจคที่ทำเพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้นักศึกษาเพียงกลุ่มหนึ่ง สู่ Social Network ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก!

  • ปี 2004 ตอนนั้น Mark อยู่แค่ปี 2 เขาจดโดเมนชื่อ "TheFacebook.com" ที่เชื่อมนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เปิดตัวได้ไม่นานก็มีผู้ลงทะเบียนถึง 4,000 คน
  • หลังจากนั้น 1 ปี Facebook ก็เปิดให้มหาวิทยาลัยอื่น ๆ และพวกสถาบันการศึกษาได้ใช้งานแพลตฟอร์มนี้อย่างทั่วถึง ทั้งที่จริง ๆ ตอนแรกตั้งใจจะให้ผู้ใช้งานเป็นแค่นักเรียนนักศึกษา แต่คนให้ความสนใจมาก จึงเปิดให้คนทั่วไปได้ใช้งานด้วย
  • ระบบลงทะเบียน Facebook มีการรักษาความปลอดภัยที่ดีมาก ต้องกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นความจริง ถ้าใครใช้รูปโปรไฟล์ประหลาด ๆ ก็จะโดนลบโปรไฟล์ทันที
  • เมื่อ Facebook ขยายแพลตฟอร์มให้คนทั่วไปได้ใช้งาน Mark ก็เริ่มมองหานักลงทุน และคนแรกที่เอาเงินทุนมาคือ ปีเตอร์ (Peter Thiel) เจ้าของ PayPal ได้มา 500,000 ดอลล่าร์ หลังจากนั้นไม่ถึงปี ก็มียูเซอร์เพิ่มมากกว่า 1 ล้านคน เขาจึงไปตามหาเงินลงทุนมาอีก เป็นสิบ ๆ ล้านดอลล่าร์
  • เปิดตัวมาได้แค่ไม่กี่ปี แต่ Facebook เนื้อหอมมาก เนื่องจากจำนวนผู้ใช้งานเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกปี ตอนนั้นมีผู้ใช้งานสูงถึง 50 ล้านคน! ซึ่งมีบริษัทใหญ่ ๆ มาขอซื้อเยอะมาก แต่ Mark ก็ไม่ขาย อย่าง Yahoo! เสนอเกือบพันล้านดอลล่าร์ก็ไม่ขายเด็ดขาด
  • ด้วยความฮ็อทของ Facebook เลยโดนฝาแฝด Winklevoss กล่าวหาว่าขโมยไอเดียสมัยทำ Harvard Connection ด้วยกัน ซึ่งมีการฟ้องร้องกันอยู่หลายปี กว่าคดีจะจบลงที่ Mark ยอมจ่าย 45 ล้านดอลล่าร์และแบ่งหุ้นใน Facebook ให้ส่วนหนึ่ง
  • ในปี 2007 บิล เกตส์ (Bill Gates) ทุ่มเงินถึง 240 ล้าน เพื่อให้ได้หุ้นของ Facebook เพียง 1.6%
  • พอเข้าปี 2012 Mark ก็ซื้อ Instagram มาพัฒนาต่อ แล้วนำมาใช้งานควบคู่กับ Facebook ทั้งการหารายได้ด้านโฆษณา รวมไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน
  • ถึงแม้รายได้หลักของ Facebook จะมาจากการโฆษณา แต่วัตถุประสงค์หลักที่สร้าง Facebook คือ "เชื่อมต่อผู้คนถึงกัน" และ Mark ก็ยึดหลักนี้อยู่ตลอด เมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมา จึงได้ประกาศลดการแสดงผลของเพจต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นเพื่อนของตนมากขึ้น

http://static.dnaindia.com/sites/default/files/2017/09/24/611968-586953-465388-mark-zuckerberg-facebook-f8-developers-conference-facebook.jpg

Mark เป็นคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองมาก เห็นได้จากความตั้งใจแรกในการสร้าง Facebook คืออะไร ทุกวันนี้ก็ยังทำแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


  • โปรแกรมเมอร์มหาเศรษฐีผู้รักครอบครัว

    จากข่าวคราวการปรับหน้า News Feed ของ Facebook ครั้งใหญ่เมื่อต้นปี 2018 Mark ได้บอกเหตุผลว่า เขาอยากให้ลูกโตขึ้นแล้วรู้สึกว่าพ่อได้สร้างสิ่งที่ดีมีประโยชน์สำหรับโลก Mark จึงอยากปรับระบบ แม้จะมีผลกระทบต่อธุรกิจแต่เขามั่นใจว่าในอนาคตทุกอย่างจะลงตัว

    ตอนนี้ Mark มีลูกสาววัยกำลังซน 2 คน เขาเป็นคนที่ใส่ใจในความสัมพันธ์มาก เห็นได้จาก Facebook นี่ก็สร้างเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของผู้คน ไม่แปลกเลยที่เขาจะรักครอบครัวเป็นพิเศษ และที่สำคัญ Markกับภรรยามีความคิดที่ตรงกันว่า อยากจะมูลนิธิการกุศลเป็นของตนเอง จึงได้ก่อตั้ง Chan Zuckerberg Initiative เพื่อพัฒนาโลกและเพื่อนมนุษย์ที่มีความสามารถ โดยพวกเขาตั้งใจจะแบ่งเงินปันผลจาก Facebook ถึง 99% เพื่อบริจาคตลอดชีวิต!

https://static.timesofisrael.com/www/uploads/2017/08/21125382_10103996696998971_9026128102099043001_o-e1503945604250.jpg


  • ขบคิด 6 ข้อจากปาก Mark Zuckerberg


ผู้คนไม่ได้สนใจในสิ่งที่คุณพูด พวกเขาสนใจในสิ่งที่คุณสร้าง 

"People don't care about what you say, they care about what you build." - Mark Zuckerberg


บางคนฝันถึงความสำเร็จ ในขณะที่บางคนตื่นขึ้นมาและทำงานหนักเพื่อความสำเร็จ

"Some people dream of success... while others wake up and work hard at it." - Mark Zuckerberg


ผู้คนมักคิดว่านวัตกรรมเจ๋ง ๆ คือต้องมีไอเดียที่ดี แต่จริง ๆ แล้วเราแค่ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและลองอะไรหลาย ๆ อย่าง

"People think innovation is just having a good idea, but a lot of it is just moving quickly and trying a lot of things." - Mark Zuckerberg


เราไม่ได้สร้างบริการเพื่อเงิน แต่เราทำเงินเพื่อสร้างบริการที่ดีขึ้น

"We don't build services to make money; We make money to build better services." - Mark Zuckerberg


หลักปรัชญาของเราคือ เราใส่ใจในผู้คนเป็นอันดับแรก

"Our philosophy is that we care about people first." - Mark Zuckerberg


จุดมุ่งหมายของผมไม่ใช่ว่าจะสร้าง Facebook ให้เจ๋ง เพราะผมไม่ใช่คนที่เจ๋ง
"My goal was never to make Facebook cool. I am not a cool person." - Mark Zuckerberg


    นี่คือเรื่องเล่าของมหาเศรษฐีอันดับที่ 5 Mark Zuckerberg จาก Forbes 2017 Billionaires แม้จะโดนขัดขวางด้วยการถูกฟ้อง ยื่นข้อเสนอสุดพิเศษ หรือปัญหาอะไรก็ตามแต่ Mark ก็ไม่เคยที่จะลืมอุดมการณ์หลักสำคัญในการสร้าง Facebook และคนที่ยืนหยัดและศรัทธาในความตั้งใจของตนเอง ย่อมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แบบนี้แหละ เรายังเหลือมหาเศรษฐีอันดับที่ 6 ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่จะมาเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจให้ได้รู้กัน ติดตามได้ในตอนต่อไป

 Mark Zuckerberg : เคล็ดลับความสำเร็จจากเด็กบ้าคอม สู่มหาเศรษฐีผู้ให้กำเนิด Facebook   




Sources

https://www.biography.com/people/mark-zuckerberg-507402

https://astrumpeople.com/mark-zuckerberg-biography-success-story-of-facebook-founder-and-ceo/

https://chanzuckerberg.com/about

https://www.forbes.com/profile/mark-zuckerberg/

http://www.businessinsider.com/facebooks-big-change-mark-zuckerberg-becoming-dad-rethinking-legacy-2018-1

by Pae
Writer of The Empire.
ผู้นำสำหรับโลกสมัยใหม่ต้องเป็นอย่างไร? Unlock ตัวคุณและทีมให้ Outstanding ด้วยแนวคิดแบ...
TRENDING
SUBSCRIBE

© 2017 LikeMe Co., Ltd. All Right Reserved.