26
shares
ฟัง “พาย ฟังใจ” เมื่อดนตรีคือหัวใจ ธุรกิจคือความบ้า!
by Inkaew O.,Oct 30, 2017 3:51 AM
writer of Thought Leader
15 min read
HIGHLIGHTS
  • คุยกับ พาย - ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี Co-founder & Community Director แห่งฟังใจ ถึงที่มา เส้นทาง และเป้าหมายของชุมชนดนตรี
  • "มันเป็นความคิดที่...ยิ่งใหญ่เกินตัวและบ้ามากๆ"  ฟัง พาย ฟังใจ เล่าถึงความพยายามในการผลักดันให้เกิด Ecosystem ที่จะรองรับอาชีพนักดนตรีอิสระ
  • สร้างความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง คือ ทางออกของวงจร 'ฟังฟรี'
  • ประชาธิปไตยทางดนตรีจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคนฟังได้รู้ว่ามีเพลงอะไรอยู่ในโลกบ้าง เพื่อที่เขาจะเลือกฟังเพลงที่เขาชอบจริงๆ ไม่ใช่แค่ฟังตามคนอื่น หรือฟังเพลงที่สื่อป้อนให้เขาฟัง

      เพลง - กลมกลืนอยู่ในชีวิตเราแทบทุกจังหวะ ขณะเดินทาง ทำงาน กินข้าว อาบน้ำ และแน่นอน...ตอนอกหัก! แต่เมื่อพูดถึงในแง่การซื้อขายกลับไม่ง่ายเลยที่ผู้ฟังจะยอมจ่ายเงิน...

"เพราะคนเคยชินกับการดาวน์โหลดและฟังเพลงฟรีมาเป็นสิบปี"
-  พาย ฟังใจ  -

      “ธุรกิจเพลงเป็นเรื่องยากมากอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงแพล็ตฟอร์มเลย เพราะคนเคยชินกับการดาวน์โหลดและฟังเพลงฟรีมาเป็นสิบปี” ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี หรือ พาย ตอบด้วยน้ำเสียงค่อนข้างปลงและตรงไปตรงมา อย่างคนเคยทำวงดนตรีอินดี้ ซึ่งตอนนี้รับบท Co-founder & Community Director แห่งฟังใจ แพล็ตฟอร์มสำหรับคนรักเสียงเพลง

ฟัง “พาย ฟังใจ” เมื่อดนตรีคือหัวใจ ธุรกิจคือความบ้า!

ฟัง "พาย ฟังใจ" เล่าตัวตน ?

      ตอนแรกเราเริ่มต้นจากไอเดียที่อยากทำแพล็ตฟอร์มสำหรับฟังเพลง 'อินดี้' ไทยหรือเพลงไทยนอกกระแส แต่ก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเพลงที่ดีหรือเพลงที่เราชอบนั้นมันมีที่มาจากไหนก็ได้ ฟังใจเลยอยากเป็นชุมชนดนตรี ที่ทุกคนสามารถเข้ามาปล่อยเพลงของตัวเองและฟังเพลงกันโดยไม่มีกำแพงอะไรขวางกั้น

"Fungjai" เป็นแพล็ตฟอร์มทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ที่พยายามส่งเสริมให้ดนตรีมีคุณค่าและมูลค่า

6 รูปแบบบริการจากฟังใจ

  1. ฟังใจ คือ Music Streaming มีทั้งแอพพลิเคชันและเว็บไซต์
  2. ฟังใจ คือ Fungjaizine เป็นนิตยสารดนตรี (ออนไลน์) ที่นอกจากจะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเพลงและวงดนตรีแล้ว ยังมีคอนเทนต์ที่ให้ความรู้เชิงวิชาการเกี่ยวกับดนตรีด้วย ซึ่งพายเห็นตัวอย่างมาจากตอนทำงานอยู่ที่อเมริกาว่าเขามีบล็อกแชร์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับดนตรี
  3. ฟังใจ คือ คอนเสิร์ต นอกจาก 'เห็ดสด' ที่จัดปีละครั้งแล้ว ยังมีคอนเสิร์ตเล็กๆ อีก เช่น ฟังใจมัน Fungjai Borderless แล้วก็รับจ้างจัดให้คนอื่น อย่างงาน Tiger Jams
  4. ฟังใจ คือ จัดงานสัมมนาและเวิร์กช็อป ซึ่งมีชื่อโครงการว่า 'เห็ดyoung'
  5. ฟังใจ คือ lensod.com (เล่นสด.คอม) แพล็ตฟอร์มสำหรับค้นหาและจ้างนักดนตรีไปเล่นในงานปาร์ตี้ อีเวนต์ งานแต่งงาน ฯลฯ
  6. ฟังใจ คือ Malama Collective เป็นสิ่งที่เราเรียกว่า 'วิสาหกิจชุมชนนักดนตรี' โดยมีแนวคิดที่ต้องการสร้างชุมชนที่สมาชิกสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามสายงานที่ตัวเองถนัด เช่น ใครมีความสามารถทาง Technician หรือ Sound Engineer ก็ให้วงอื่นจ้างไปทำงานเวลาไปเล่นสด หรือใครเป็นนักการตลาด เป็น PR ก็ไปทำงานให้วงอื่นๆ ได้ เพิ่มโอกาสการทำงาน และนอกจากนั้นยังมีกองทุนให้สมาชิกกู้ยืมไปผลิตผลงาน ซึ่งหวังว่าในอนาคตเราจะสามารถพัฒนาแนวคิดนี้จนกลายเป็นสหกรณ์หรือสหภาพนักดนตรีได้


ฟัง "พาย ฟังใจ" เล่าจุดเริ่มต้น ?

      การผลักดันให้เกิด Ecosystem เป็นเป้าหมายของเราครับ เราต้องการทำให้ 'นักดนตรีอิสระ' เป็นอาชีพที่อยู่ได้ มีความมั่นคงและยั่งยืน สมัยเด็กๆ ผมเล่นดนตรีมาตลอด อยากทำเพลงของตัวเอง เริ่มตั้งวงตอนปี 2007 ทำมาเรื่อยๆ เอาเพลงไปส่งตามค่ายก็ถูกปฏิเสธ - ไม่เป็นไร งั้นเราทำเอง - จนกระทั่งมีเพลงติดชาร์ต Fat Radio มีแฟนเพลงบ้าง ขายซีดีขายเสื้อยืดได้บ้าง แต่เงินน้อยมาก ไม่พอจ่ายค่าห้องอัดด้วยซ้ำ

ตอนนั้นคุยกับนักดนตรีอิสระวงอื่นๆ ว่าเขาอยู่รอดกันไหม ไม่มีใครอยู่ได้ ต้องทำงานประจำ จริงๆ เหมือนทำงานหาเงินมาหล่อเลี้ยงดนตรีที่ตัวเองอยากทำมากกว่า

      พอผมไปเรียนต่อ MBA ที่อเมริกา มีโอกาสฝึกงานกับ Start Up ซึ่งเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับดนตรี เลยได้เห็นว่าการที่วงดนตรีวงหนึ่งจะอยู่ได้ มันไม่ใช่แค่วงๆ นั้นเล่นดี มีคนฟังเพลง หรือรู้จักการทำการตลาด ไม่ใช่แค่นั้น แต่มันต้องมี Ecosystem ที่จะรองรับวงดนตรีอิสระ

      คือคนฟังที่เปิดใจให้กับดนตรีที่ไม่เคยรู้จัก ยินดีจ่ายเงินให้กับดนตรีมากเพียงพอ มีเครื่องมือและแพล็ตฟอร์มสำหรับซื้อขายและเผยแพร่เพลงที่มีประสิทธิภาพ คนในวงการดนตรีสนับสนุนซึ่งกันและกัน ช่วยผลักดันกันทั้งระบบ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพยายามทำคือการแก้ไขระบบของดนตรีในเมืองไทยตั้งแต่ 'ราก' ซึ่งมันเป็นความคิดที่...ยิ่งใหญ่เกินตัวและบ้ามากๆ แต่เราก็พยายามคิดบวกว่ามันน่าจะเป็นไปได้


ฟัง "พาย ฟังใจ" เล่าถึงท็อป CEO ของฟังใจ ?

      ท็อป (ศรัณย์ ภิญญรัตน์) CEO ของฟังใจ เป็นคนชอบฟังเพลงอินดี้ไทยมาตั้งแต่วัยรุ่น ชอบฟังคลื่นวิทยุ Fat Radio และเป็นแฟนเพลงค่าย Smallroom ตัวยง เขาเคยเรียนและทำงานในต่างประเทศเลยได้ใช้บริการฟังเพลงของ Spotify พอกลับมาเมืองไทยก็พยายามค้นหาเพลงอินดี้ไทยใหม่ๆ ฟัง แต่รู้สึกว่าหายากเหลือเกิน

ท็อปอยากให้มีแหล่งรวมเพลงอินดี้ไทยให้เขาเข้าไปฟัง ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีคนทำ เขาเลยตัดสินใจสร้าง Music Streaming สำหรับเพลงอินดี้ไทยที่เขาชอบ

      ต้นปี 2014 ท็อปเริ่มทำฟังใจ เขามีโปรแกรมเมอร์ 3 คน มีกราฟิกซีไซเนอร์ ทำ Prototype แล้วเอาโบรชัวร์ไปแจกศิลปินกับค่ายเพลงอินดี้ต่างๆ โบรชัวร์นั้นตกมาอยู่ในมือน้องสาวผม คือมือเบสวง Yellow Fang เขาบอกว่า เนี่ย...ทำอะไรคล้ายๆ กันเลย ลองคุยสิ ผมเลยส่งข้อความไปหาท็อปทางเฟสบุ๊ค หลังจากเจอกันถึงได้มาร่วมทีม

      เราไป Road Trip ที่เชียงใหม่ ที่อีสาน ติดต่อขอเข้าไปคุยกับวงต่างๆ แบบโง่ๆ แนะนำตัวว่าเรากำลังทำอะไร ยังไง เพื่ออะไร โชว์ Prototype ที่ยังกดอะไรไม่ได้ให้เขาดู อธิบายว่ารูปร่างหน้าตาจะประมาณนี้ ขอยืมเพลงมาทดลองกับระบบสัก 3 เดือนได้ไหม ถ้าเจ๊งจะปิดเว็บแล้วเลิกทำ

ฟัง “พาย ฟังใจ” เมื่อดนตรีคือหัวใจ ธุรกิจคือความบ้า!

เราอยากสร้างพื้นที่ที่รวบรวมคนฟังซึ่งเปิดใจให้กับเพลงนอกกระแส เพื่อให้ศิลปินอิสระมีพื้นที่ปล่อยของเช่นกัน ตั้งแต่เปิดตัวไปเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 30 ตุลา 2014 เราอยู่มาจะ 3 ปีแล้ว


ฟัง "พาย ฟังใจ" เล่าถึงนักดนตรีไทย ?

      เมืองไทยเรามีศิลปินที่มีศักยภาพอยู่เยอะมาก แต่คนไม่รู้จักเพราะว่าไม่ดัง ฟังใจพยายามหยิบเพลงของพวกเขาขึ้นมาเสนอให้คนได้ลองฟัง ทั้งผ่านการจัดเพลย์ลิสต์ก็ดีหรือผ่านคอนเสิร์ตก็ดี เราตั้งใจจัดเพลย์ลิสต์ให้มีเพลงที่ดังแล้วผสมกับเพลงที่ยังไม่ดัง

      ในคอนเสิร์ต 'เห็ดสด' เราแบ่งศิลปินเป็น 3 กลุ่ม 2 กลุ่มแรกคือ ดังสมัยก่อนกับปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเรามีแม่เหล็ก 2 ประเภทแล้ว กลุ่มที่สามจะเป็นศิลปินที่คนยังไม่ค่อยรู้จัก

      ถ้าถามว่าวงที่มาอยู่บนฟังใจแล้วดังมีไหม - มีครับ แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นเพราะตัวศิลปินมากกว่า อย่าง โซลิจูด อิส บลิส เป็นวงที่ดีมากๆ เราถึงเลือกเขามาเล่นในคอนเสิร์ต หลังจากวันนั้นเขาขึ้นเป็นอันดับ 1 ใน iTune แสดงว่าสิ่งที่เราทำก็พอมีส่วนช่วยศิลปินบ้าง แต่ถ้าหวังว่าเข้ามาแล้วจะต้องดังแน่ๆ ไม่มีทางครับ ศิลปินต้องคิดเองว่าเขาจะทำอะไร เราแค่ช่วยเสริมได้นิดหน่อย


ฟัง "พาย ฟังใจ" เล่า เมื่อ Music Streaming ถูกด่าว่าจ่ายค่าลิขสิทธิ์น้อยไป ?

      หลายคนคงเคยได้ยินกระแสลบเกี่ยวกับผู้ให้บริการ Music Streaming เรื่องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ค่ายเพลงหรือศิลปินน้อยเกินไป แต่อาจจะไม่เคยรู้ว่า จริงๆ แล้วบริษัทเหล่านั้นยังขาดทุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ที่ยังเปิดให้บริการและลงทุนต่อเพราะหวังว่าในอนาคตคนฟังจะยอมจ่ายเงินเพื่อดนตรีมากขึ้น

      ผมมองว่าสาเหตุของปัญหานี้มันหยั่งรากลึกถึงพฤติกรรมของคนฟัง ส่วนใหญ่เคยชินกับการดาวน์โหลดและฟังเพลงฟรี เมื่อผู้ฟังยังไม่ยินยอมจ่ายเงินเพื่อดนตรีมากเพียงพอ การหารายได้จากค่าโฆษณาของผู้ให้บริการ Music Streaming ก็ไม่เพียงพอต่อการบริโภคดนตรีแน่นอน

      ซึ่งถ้าหากว่าผู้ให้บริการจะเก็บค่าบริการจากผู้ฟังแพงขึ้น เพื่อหารายได้มาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้มากขึ้นแบบทันทีทันใด อาจทำให้เกิดการต่อต้านจากผู้ฟัง แล้วเขาก็จะกลับไปสู่การหาเพลงฟังแบบฟรีๆ อีก มันจึงใช่ไม่วิธีการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน


ฟัง "พาย ฟังใจ" เล่าแนวทางแก้ปัญหา ?

      เรามองว่าสิ่งที่จะทำให้คนยินดีจ่ายเงินคือเรื่องของ 'ความเคารพ' ซึ่งกันและกัน ระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง เมื่อเขาเห็นว่าศิลปินต้องออกแรง ออกเงิน เพื่อผลิตผลงาน ระหว่างทางมีความยากลำบากมากมาย เพราะฉะนั้นพวกเขาควรได้รับผลตอบแทน นั่นทำให้เพลงมีมูลค่าเพราะคนฟังเห็นคุณค่า

      และเพื่อจะไปให้ถึงจุดนั้น ฟังใจเลยพยายามเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนฟังเปิดใจให้กับศิลปิน ไม่ว่าเขาจะเคยได้ยินชื่อศิลปินคนนั้นหรือไม่ ฟังใจพยายามสื่อสารให้คนเข้าใจและมองเห็นคุณค่าของดนตรี


ฟัง "พาย ฟังใจ" เล่าอะไรคือเพลงดี ?

      มันไม่ควรจะมีเพลงที่ 'ดี' หรือ 'ไม่ดี' บนโลก มีแค่เพลงที่เรา 'ชอบ' กับ 'ไม่ชอบ' ต่อให้เพลงๆ นั้นจะมีคุณภาพการผลิตแย่ แต่ถ้ามันเป็นเพลงที่คนฟังอยากฟังล่ะ เพราะฉะนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่ฟังใจพยายามสร้างคือ 'ประชาธิปไตยทางดนตรี' หมายถึงคนฟังสามารถเลือกเองได้ว่าอยากฟังเพลงอะไร ณ วินาทีนั้น

      ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อประชากรของประเทศนั้นๆ มีความเข้าใจเรื่องระบบการเมืองการบริหารประเทศ รู้ว่านักการเมืองแต่ละคนดีไม่ดีอย่างไร ประชาธิปไตยทางดนตรีก็เช่นกัน

ประชาธิปไตยทางดนตรีจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อประชากรนักฟังเพลงได้รู้ว่ามีเพลงอะไรอยู่ในโลกบ้าง เพื่อที่เขาจะเลือกฟังเพลงที่เขาชอบจริงๆ ไม่ใช่แค่ฟังตามคนอื่น หรือฟังเพลงที่สื่อป้อนให้เขาฟัง

      ปัจจุบันบนฟังใจมีศิลปินประมาณ 1,800 วง มีเพลงประมาณ 8,000 กว่าเพลง ไม่เยอะนัก แต่ก็ไม่น้อย ทำให้เห็นว่าเมืองไทยยังมีเพลงดีๆ มีศิลปินดีๆ อีกเยอะ และเราอยากทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นครับ


      ร่วมสนับสนุนนักดนตรีไทยและฟังใจที่  www.fungjai.com

by Inkaew O.
Writer of Thought Leader and The Empire.
ผู้นำสำหรับโลกสมัยใหม่ต้องเป็นอย่างไร? Unlock ตัวคุณและทีมให้ Outstanding ด้วยแนวคิดแบ...
TRENDING
SUBSCRIBE

© 2017 LikeMe Co., Ltd. All Right Reserved.